ปิดดีลเวสต์แฮม ซื้อขาด “เบนราห์มา” เรียบร้อย

ปิดดีลเวสต์แฮม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จัดแจงซื้อขาด สตาร์ทีมชาติแอลจีเรีย มาจาก เบรนท์ฟอร์ด เรียบร้อย

ปิดดีลเวสต์แฮม สมาคมดังที่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้กระทำการซื้อขาด ซาอิด เบนราห์มา ปีกกลุ่มชาติแอลจีเรีย มาจาก เบรนท์ฟอร์ด สมาพันธ์ระดับ แชมเปี้ยนชิพ เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นแนวหน้าเมืองผู้ดี เมื่อวันพุธที่ 27 มกราคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ปิดดีลเวสต์แฮม

เบนราห์มา ย้ายจาก เบรนท์ฟอร์ด มาร่วมกลุ่ม “ขุนค้อน” พื้นฐานด้วยคำสัญญายืมตัวเมื่อตุลาคม ปีที่ผ่านมา แต่ว่าปัจจุบันกลุ่มดังที่กรุงลอนดอนได้ชำระเงินค่าตัวรวมโบนัส 20 ล้านปอนด์ (ราวๆ 820 ล้านบาท) เปลี่ยนข้อตกลงยืมตัวให้เป็นกติกาถาวรเรียบร้อย ข่าวกีฬาล่าสุด

ซึ่งทำให้พวกเขามีพื้นที่ในการยืมตัวนักเตะเข้ามาเสริมอีกรายก่อนปิดตลาดตอนมกราคม รวมทั้งโน่นก็บางทีอาจจะเป็น เจสซี่ ลินการ์ด กองกลางจอมพลิ้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นอกจากนั้น “ขุนค้อน” กำลังพูดจาอยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ ถึงเรื่องคว้าตัว ฮวาง ฮี-ชาน หัวหอกชาวเกาหลีใต้ รวมทั้งผู้จัดการทีม เดวิด มอยส์ จะเป็นคนตัดสินใจขั้นตอนสุดท้ายว่า จะเอาหน้าแข้งรายนี้หรือเปล่า โดย เวสต์แฮม อยากเพิ่มตัวเลือกในแนวรุก ภายหลังที่ขาย เซบาสเตียน อัลแลร์ แผงหน้าชาวประเทศฝรั่งเศส ไปให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

ผลงานสุดเซอร์ไพรส์ของกลุ่มน้องใหม่บุนเดสลีก้าสร้างความซาบซึ้งให้กับแฟนบอลทั้งโลก แต่ว่าสำหรับแฟนบอลเยอรมันแล้วพวกเขากลายเป็นเพียงกลุ่มนอกคอก

มั่นใจว่าปริศนานี้ดำรงอยู่ในใจของใครหลายคนขณะนี้ เมื่อกลุ่มสมาชิกใหม่ไฟแรงที่บุนเดสลีก้าทำผลงานหักปากเซียนในตอน 10 ครั้งแรก ผงาดทำแต้มทาบหัวหน้าฝูงอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ด้อยกว่าเพียงแค่ผลต่างประตูได้เสีย มีลุ้นคว้าแชมป์ลีกสูงสุดตั้งแต่ปีแรกที่เลื่อนชั้นขึ้นมาตามรอยกลุ่มของ อ็อตโต้ เรห์ฮาเกล ในช่วงฤดูกาล 1997-98

ปิดดีลเวสต์แฮม

แอร์เบ ไลป์ซิกข์ เริ่มไต่เต้าตั้งแต่ลีกระดับดิวิชัน 5 ในชื่อเดิมว่า “เอสวีวี มาร์ครานสตัดต์” พวกเขาได้รับเม็ดเงินสนุบสนุนก้อนโตจาก”เร้ด บูล” กรุ๊ปธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลังจากออสเตรียที่เข้ามาเทคโอเวอร์สมาคม ก่อนยกระดับตนเองขึ้นมาอย่างเร็วใช้เวลาเลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีก้าเพียงแค่ 7 ปี

และก็เป็นตัวแทนจากฝั่งตะวันออกของเยอรมันเพียงแค่กลุ่มเดียวที่ได้โลดแล่นบนลีกสูงสุดของประเทศตั้งแต่แมื่อ เอเนอร์กี้ ค็อตบุส ที่ตกชั้นเมื่อปี 2009 ยุติธรรมหน่อย

การบรรลุผลของ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ ต้องยกความดีความชอบให้กับวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร พวกเขาย้ำการลงทุนกับผู้เล่นอายุน้อยเป็นหลักเพื่อประโยชน์ระยะยาวของชมรม

เริ่มตั้งแต่ดึงพนักงานมือดีเข้ามาช่วยเหลือกันดูแลงานตรงส่วนนี้ โดยเฉพาะในรายของ ราล์ฟ รังนิค ผู้ฝึกสอนสมองเพชรที่เข้ามานั่งตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของสมาคมมีหน้าที่สำคัญอย่างมากมาย

“พวกเราจะเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลที่มีอายุระหว่าง 17-23 ปีเพียงแค่นั้น เพราะว่านักฟุตบอลยุคนี้มีแนวโน้มเลิกเล่นเร็วกว่าตอน 10 หรือ 15 ปีที่ผ่านมา”

เมื่อผู้เล่นอย่าง เดวี เซลเก้, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, นาบี เคต้า, โอลิเวอร์ เบิร์ก, ทิโม เวอร์เนอร์ และก็ แบร์นาโด้ ที่ แอร์เบ ไลป์สิกข์ ดึงเข้ามาเสริมกองทัพในตอน 2 ปีที่ล่วงเลยไป แล้วก็แปลงเป็นกำลังสำคัญนำกลุ่มโชว์ฟอร์มสุดรุนแรงในลีกในในตอนนี้ ล้วนแก่ไม่เกิน 23 ปีทั้งสิ้น

การเข้ามาฝ่าทำสมาคมบอลแบบเอาจริงเอาจัง ทุ่มทุนจริง แถมผลงานดีจังแบบนี้ บางทีอาจเป็นที่ชื่นอกสดชื่นของแฟนบอลบางที่ แต่ว่าไม่ใช่เยอรมันอย่างแน่นอน เมืองลูกหนังที่นี้มีกฎข้อตกลงที่ยึดมั่นอย่างองอาจภาคภูมิและก็ถูกยกให้เป็นลีกต้นแบบของโลก

ตรงนี้มีกฎห้ามสมาคมใส่ชื่อสปอนเซอร์ในชื่อกลุ่มเด็ดขาด แต่ว่า ดีทริช มาเตชิตส์ ผู้ครอบครองเร้ดบูลกลับหัวหมอเลี่ยงสิ่งที่ห้ามนี้ด้วยการใช้อักษรย่อตั้งชื่อกลุ่มว่า “แอร์เบ ไลป์สิกข์” โดยกล่าวถึงว่า “เครื่องปรับอากาศเบ” มาจากคำว่า “RasenBallsport” ในเวลาเดียวกันมันก็สื่อความหมายถึงคำว่า “เร้ด บูล” ชื่อสินค้าของเขาโดยตรง

ระหว่างที่ กฎ 50+1 นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ลีกเยอรมันไม่เหมือนกับลีกอื่น แฟนบอลตรงนี้ควรจะเป็นผู้ถือหุ้นจำนวนมากของชมรมแล้วก็ถือสิทธิ์ขาดสำหรับการบริหารกลุ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้กรุ๊ปนักลงทุนเข้ามาหาผลประโยชน์แล้วก็ควบคุมธุรกิจของชมรมแบบเบ็ดเสร็จ(นอกจากกลุ่มที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยเอกชนอย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และก็ โวล์ฟส์บวร์ก)

แต่ แอร์เบ ไลป์สิกข์ กลับกีดกันการเข้ามามีส่วนร่วมของแฟนบอลด้วยการตั้งค่าสมัครสมาชิกชมรมมากถึงปีละ 800 ยูโร แพงกว่า บาเยิร์น มิวนิค กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถึง 10 เท่า พวกเขามีคู่รักบอลมีหุ้นในสมาพันธ์เพียงแต่ 300 คน แต่มีสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงโหวตเพียงแค่ 17 คน แถมส่วนใหญ่ยังเป็นผู้รับจ้างแล้วก็มีความเกี่ยวข้องกับ”เร้ด บูล”อีกต่างหาก

ในเวลาที่ปริมาณสมาชิกผู้ถือหุ้นของสามกลุ่มชั้นนำในประเทศล้วนเกินหลักแสนทั้งหมด เสือใต้ 300,000 คน, เสือเหลือง 139,000 คน และก็ ชาลเก้ 136,205 คน โดยทุกคนต่างมีสิทธิ์มีเสียงในการโหวตเสมอภาค

ยิ่งไลป์ซิกไปได้สวย เหล่า ‘ซัพพอร์เตอร์’ ผู้เชื่อถือว่าตนมีส่วนในการขับเคลื่อนฟุตบอลเยอรมันมาจนถึงยิ่งใหญ่ไม่แพ้นายทุนหรือร้านค้า ยิ่งราวกับโดนตบหน้ากลางแดด

ประกอบกับการที่”เร้ด บูล”เป็นเจ้าของกลุ่มบอลถึง 4 สมาพันธ์ ใน 4 ประเทศ(เร้ดบูล ไลป์สิกข์, เร้ด บูล บราซิล, นิวยอร์ค เร้ด บูล และก็ เร้ด บูล ซัลซ์บวร์ก) แถมยังพอใจซื้อสมาคมในลีกอังกฤษเพิ่มเติม

หลายคนก็เลยอดคิดมิได้ว่าพวกเขาเข้ามาเพื่อโกยผลประโยชน์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะแฟนบอลเยอรมันที่ภูมิใจกับการมีส่วนร่วมสำหรับการบริหารสมาคม “แอร์เบ ไลป์สิกข์”ก็เลยแปลงเป็นศัตรูของแฟนบอลทั่วประเทศ ถูกใครๆตราหน้าว่าเป็นเนื้อร้ายและก็พบกระแสรุมต่อต้านในทุกรูปแบบ

อย่างเช่น แฟนบอลของ”ยูเนียน เบอร์ลิน”พร้อมใจกันใส่ชุดดำแล้วก็เงียบตลอด 15 นาทีแรก ในเกมที่กลุ่มลงเล่นกับ แอร์เบ ไลป์สิกข์ ระหว่างที่สมาคมทำแสบยกเรื่องฟาร์มวัวเป็นหน้าแรกในหนังสือโปรแกรมเพื่อล้อเลียน”เร้ด บูล”

แฟนบอลดอร์ทมุนด์ที่ขึ้นชื่อว่ารักสมาคมเข้าเส้นประกาศไม่เดินทางไปเชียร์กลุ่มรักที่สนามของ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ โดยเลือกฟังผลทางวิทยุอยู่ที่บ้านแทน

แฟนบอล”ดินาโม เดรสเดน”ปาหัวกระทิงลงมาในสนามในเกม”เดเอฟเบ โพค้างล”แมทช์ดวล แอร์เบ ไลป์สิกข์ แสดงความเกลียดต่อสินค้าเครื่องดื่มชูกำลังจากออสเตรีย

เมื่อฐานะและก็ผลงานของ แอร์เบ ไลป์สิกข์ ยังไม่เพียงพอจะซื้อที่ดินในสังคมบอลเมืองเบียร์สด พวกเขาคงจะจำต้องก้มหน้ารับชะตาชีวิตแบบนี้ถัดไป ตราบเท่าที่ยังไม่ปรับโครงสร้างให้สอดคล้องครรลองที่ปฎิบัติกันมา